top of page
ค้นหา

ไลโคปีนในมะเขีอเทศมีประโยชน์ยังไง

อัปเดตเมื่อ 6 ธ.ค. 2563


ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักไลโคปีนกันก่อนนะคะ


ในมะเขือเทศมีสาร ไลโคปีน (lycopene) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีแดง เช่น แครอท แตงโม มะละกอ ฟักข้าว เกรปฟรุต และแน่นอน...ในมะเขือเทศด้วย ซึ่งไลโคปีนนี้เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม ในมะเขือเทศสด 100 กรัม จะมีปริมาณไลโคปีนอยู่ประมาณ 0.9 - 9.30 มิลลิกรัม มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับอ่อน

อย่างที่บอกไปว่ามะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เมื่อกินเข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมจึงสามารถชะลอความแก่ได้ ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื้น อีกทั้งมีวิตามินเอ วิตามินเค และวิตามินซีสูง จึงช่วยบำรุงสายตา รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

มีสาวๆ หลายคนหันมาดื่มน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูป เพื่อเป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สว่างใส เปล่งปลั่ง ช่วยลดเลือนผิวหมองคล้ำวิธีดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ ควรดื่มก่อนทานอาหารในช่วงท้องว่าง หรือดื่มหลังอาหารทันที เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น (ยกเว้นผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ไม่ควรกินมะเขือเทศ)

การทานมะเขือเทศเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรนำมาปรุงผ่านความร้อนให้สุกเสียก่อน เมื่อมะเขือเทศผ่านความร้อน จะทำให้ไลโคปีนหลุดออกมาจากเนื้อมะเขือเทศได้ง่าย เมื่อกินเข้าไปร่างกายก็สามารถนำสารไลโคปีนไปใช้ได้ดีกว่ากินแบบสดๆ นอกจากนี้ ไลโคปีน เป็นสารที่สามารถละลายได้ดีในน้ำมัน ดังนั้นหากเราใช้น้ำมันในการปรุงมะเขือเทศ จะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดียิ่งขึ้น


จากที่กล่าวไปข้างต้น บัวบกจะบอกว่า…ซอสเค็ตชัป (ซอสมะเขือเทศ) ของบัวบกเองก็มีไลโคปีนเหมือนกันจ้า และมีในปริมาณที่เข้มข้นสุด ๆ ไปเลย และด้วยเนื้อสัมผัสที่มาจากเนื้อของมะเขือเทศโดยตรง ต้องไปตำด่วน ๆ แล้วผิวของเพื่อน ๆ จะมีออร่าสว่างสดใส เปล่งปลั่ง แม้วันนอนน้อย ว่าแล้วบัวบกขอตัวไปกินซอสเค็ตชัปก่อนนะคะ เดี๋ยวสวยสู้เพื่อน ๆ ไม่ได้



ดู 226 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page